รวมหนัง เอ็มไอบี Men in Black

รวมหนัง เอ็มไอบี Men in Black

รวมหนัง เอ็มไอบี Men in Black น่าดู สนุกๆ MEN IN BLACK: INTERNATIONAL – หน่วยจารชนสากลปกป้องโลก เอเจนต์โอ (เอ็มมา ธอสป์สัน) รู้สึกถึงความน่าสงสัยของสาขาลอนดอนก็เลยส่งเอเจนต์เอ็ม (เทสซ่า ธอมป์สัน) เอเจนต์ฝึกซ้อมไปร่วมงานที่สาขาลอนดอน ฌะอได้ร่วมงานกับ เอเจนท์เอช (คริส เฮมส์เวิร์ธ) ข้าราชการรูปหล่อมือพระรอยดำที่เคยร่วมกับ ไฮครั้ง (เลียม นีสัน) กู้โลกจาก “เดอะ ไฮฟ์” ที่ภายหลังที่ได้สร้างตำนานกู้โลก เอเจนท์เอชก็เริ่มหลงไหลในการบรรลุเป้าหมายของตนทำให้มั่นใจในตัวเองจนมากเหลือเกินแล้วก็เริ่มหยอนยานกับหน้าที่ โดยทั้งคู่จำเป็นต้องมาร่วมมือกันแสวงหาหนอนบ่อนไส้ที่กำลังจะนำพาหายนะมาสู่โลก

สิ่งหนึ่งที่ MEN IN BLACK: INTERNATIONAL ทำออกมาเจริญก็คือฉากแอ็คชั่นที่มองนำสมัยไซไฟมาเต็มทั้งยังการสาดกระสุนเลเซอร์กันกระจัดกระจาย การเดินเรื่องลื่นไหลไม่เฉื่อยชา กระทัดรัด แม้กระนั้นก็เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ MEN IN BLACK: INTERNATIONAL ไม่มีราวกับ MIB สามภาคแรก ก็คือความเกี่ยวเนื่องของนักแสดงที่ในตรีภาคแรกพวกเราจะได้มองเห็น เอเจนต์เค กับ เอเจนต์เจ ปฏิบัติภารกิจด้วยกันในฐานะคู่ซี้หรือดูแลกันแบบครึ่งความเกี่ยวพันบิดาลูกก็ทำให้ผู้ชมอินไปกับนักแสดงได้อย่างดีเยี่ยม

แต่ว่าใน MEN IN BLACK: INTERNATIONAL พวกเราเกือบจะมิได้มองเห็นถึงความสัมพันธ์ธุ์ของผู้แสดงเลย ถึงแม้เริ่มเรื่องหนังจะเซ็ตให้ เอเจนท์เอช กับ ไฮหน เป็นคู่ขาต่างอายุที่มีความสัมชนิดคล้ายกับ เอเจนต์เค กับ เอเจนต์เจ ในสามภาคแรกแม้กระนั้นพวกเราแทบจะมองไม่เห็นถึงความผูกพัยธุ์ของสองผู้แสดงนี้เลย ส่วน เอเจนต์เอ็ม ข้าราชการฝึกมือใหม่ป้ายแดงที่มีความฉลาดและก็เป็นสาวเข้มแข็ง ก็แทบจะมิได้เล่าราวการฝึกอบรมหรือทำความเข้าใจอะไรบ้างในหน่วยงานเลย และก็พอเพียง เอเจนต์เอ็ม กับ เอเจนท์เอช จะต้องมาปฏิบัติด้วยกันการคุยกันจำนวนมากก็จะหลอกกันไปจิกกีดกั้นมา แต่ว่าจำต้องเห็นด้วยเลยว่าเคมีของดาราทั้งคู่คนเหมาะกระทั่งออกมาน่ารักน่าเอ็นดูมากมายๆ

รวมหนัง เอ็มไอบี Men in Black

รวมหนัง เอ็มไอบี Men in Black

การเปลี่ยนมือผู้กำกับจากกางรี ชอนเนนเฟลด์มาเป็น เอฟ มึงปรี่ เกรย์ ผู้กำกับหนังแอ็คชั่นสุดเดือดที่พึ่งจะคัมแบ็คกลับมางานชุกข้างหลังการบรรลุผลของ Fast and Furious 8 (2017) ซึ่งถ้าหากมองดูในส่วนงานดูแลฉากแอ็คชั่นรวมทั้งฉากขำขันต่างๆก็จะต้องนับว่าเขาปฏิบัติภารกิจตนเองได้อย่างชำนาญ เนื่องจากพวกเราจะไม่ทราบสึกเลยว่ามีฉากไหนที่ช้า เชื่องช้า ทุกๆอย่างมองรวดเร็วทันใจ กระทัดรัดไปหมด ซึ่งในทางดีก็คือหนังมันเหมาะสมกับการรับทราบของผู้ชมปัจจุบันที่ไม่อยากที่จะให้มีฉากดราม่า หรือ บทสำหรับพูดยาวๆถ้าเกิดปรารถนาดูหนังหวังสำราญใจสักเรื่อง ด้วยเหตุดังกล่าวสิ่งที่หนังยอมแลกเปลี่ยนเป็นการปูดราม่าแล้วก็สร้างความเกี่ยวข้องผู้แสดงที่มองขาดๆวิ่นๆอย่างแจ่มแจ้ง

Men in Black II (2002) เอ็มไอบี หน่วยจารชนรักษาจักรวาล 2 สำหรับเรื่องราวของภาพยนตร์หัวข้อนี้ จำเป็นต้องพูดว่าดำเนินเป็นเส้นตรง มีการหักมุมนิดๆหน่อยๆแม้กระนั้นก็ง่ายๆมากเกินคาดการณ์ นับเป็นภาพยนตร์ซึ่งสามารถมองได้ง่าย เสนอความรื่นเริงใจตัดรสจากภาพยนตร์หนักๆที่เข้าฉายหลายเรื่องในช่วงนี้ นอกเหนือจากการแสดงของ 2 ผู้แสดงนำฝ่ายแล้ว สีสันของภาพยนตร์ก็คือบุคลิกของเหล่าเอเลี่ยน ที่พากันยิงมุกตลกขบขันใส่กันอย่างบ้าดีเดือดส์ ช่วยทำให้หนังหัวข้อนี้มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดมากมายขื้น

แนวทางพิเศษของภาพยนตร์ประเด็นนี้ พรีเซนเทชั่นความล้ำยุคของสาย รวมทั้งเหล่าเอเลี่ยนที่นานับประการในแต่ละตัว มีอีกทั้งฉากที่เนียนกริ๊บ รวมทั้งฉากที่บางครั้งก็อาจจะเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อนเนียนเท่าไรนัก แต่ว่าก็นับว่าสามารถทำเป็นตามมาตรฐานของภาพยนตร์ในระดับนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนไหนที่กำลังมองหาภาพยนตร์ที่จะมอบความรื่นเริงใจ สามารถเข้าไปบรรเทาได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย

ภาคต่อที่บางครั้งก็อาจจะไม่ลงตัวกลมกล่อมละมุนละไมเท่าภาคแรก (รวมทั้งสนุกสนานไม่มากมายเท่าภาค 3) แม้กระนั้นก็ยังจัดว่ามองเอาเพลิดเพลินรวมทั้งเอาฮาได้โอเคในระดับหนึ่ง

จะว่าไปลูกเล่นภาคนี้เยอะแยะ ที่ถูกใจเป็นพิเศษเป็นการเย้าแหย่รายการชนิด “สารคดีไขปัญหาเรื่องลึกลับ” ที่เอามาใส่ลงในเรื่องได้อย่างพอดี ช่วงแรกรู้สึกว่าใส่ลงมาขำๆแม้กระนั้นพอสมควรๆไปก็แอบเซอร์ไพรส์แฮะ

ถ้าเกิดมองเอาลูกเล่น ภาคนี้ก็จัดว่าบันเทิงใจล่ะครับผม มีมุกรวมทั้งเนื้อหาต่อฉากมากไม่น้อยเลยทีเดียว หรือพล็อตจริงๆก็สลับซับซ้อนไม่น้อย แต่ว่าความดีงามของหนังถูกบ่อนทำลายลงไปพอใช้ในส่วนของการดำเนินเรื่อง จังหวะตอนต้นๆบางช่วงก็ตลอดไปบ้าง ในช่วงเวลาที่ช่วงท้ายก็ฮ่อสปีดแบบเต็มเหยียด เลยทำให้อารมณ์ร่วมบางทีก็อาจจะไม่มากมาย

เรื่องราวของ ตลอดเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ ข้าราชการเจย์ (สมิธ) กับเคย์ (โจนส์) ร่วมแรงร่วมใจกันขจัดปัดเป่าเภทภัยของห้วงจักรวาลนั้น เคย์ได้หวนกลับสู่ชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดา ช่วงเวลาที่เจย์เข้ารับตำแหน่งแทนสมัยก่อนคู่ซี้ ในฐานะผู้รับจ้างผู้ทรงพลังที่สุด แห่งหน่วยงานอันไม่เป็นทางการของรัฐบาล ซึ่งมีบทบาทจัดแจงเอเลี่ยนทุกจำพวกบนพื้นแผ่นดิน “Men In Black” ระหว่างการออกตรวจอาชญากรรมของเอเลี่ยนตามธรรมดานั้น เจย์กลับศึกษาค้นพบกลยุทธ์ทารุณของ เซอร์ลีน่า (ลาร่า ฟลินน์ บอยล์)

ศัตรูจากดาวไคโลเธียน ผู้หลบซ่อนตนที่จริงจริง ไว้ภายใต้คราบเปื้อนของดารานางแบบยกทรงสุดน่าหลงใหล กับสหายร่วมกลุ่มสองหัว แต่ว่ามีปัญญาครึ่งเดียวนาม สแคร็ด / ชาร์ลี (จอห์นนี่ น็อกซ์วิลล์) โดยมีเพียงแค่บุคคลเดียวแค่นั้น ที่ล่วงรู้ดำเนินการลับบนโลกคราวนี้ของเซอร์ลีน่า มันก็คือสมัยก่อนข้าราชการเคย์ ผู้ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังทำหน้าที่ อยู่ในหน่วยงานราชการอีกแห่งหนึ่ง ที่ทำการไปรษณีย์อเมริกา ข้าราชการทั้งคู่ จำต้องกลับมาร่วมกลุ่มกันอีกที เพื่อต่อสู้กับหญิงสาวคนร้าย ผู้ครอบครองเป้าหมายที่ยาก แล้วก็ท้า MIB เยอะที่สุด ตั้งแต่แมื่อหน่วยงานที่นี้ เคยทำการคุ้มครองปกป้องโลก ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือบรรดา “เดนจักรวาล” ทั้งหลายแหล่เป็นต้นมา

Men in Black 3 เอ็มไอบี 3 หน่วยจารชนป้องกันจักรวาล

กำลังคิดอยู่เพลิดเพลินๆเลยว่า อาทิตย์จะหาหนังดีสักครั้ง เนื่องจากว่าอาทิตย์ก่อนหน้านี้ซึมเซาไม่ค่อยได้เข้าโรงภาพยนต์ จู่ๆก็ได้รับข่าวดี วันนี้ ผมจะได้ไปดูหนังรอบสื่อเรื่อง ‘Men in Black 3’ เรื่องราวของการกลับมาแห่งหน่วยจารชนป้องกันจักรวาลที่แม้จากภาคที่แล้วไปนับเป็นเวลาหลายปีอยู่

ถ้าเกิดย้อนไปกลับไป ‘Men in Black’ ภาคแรก เกิดขึ้นในปี 1997 ส่วน ‘MIB II’ ภาคต่อมาใช้เวลาถึง 5 ปีกลายจะตามมาในปี 2002 แล้วมันก็หายเข้าก้อนเมฆไป Will Smith แปลงเป็นพ่อดันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะกลับมาอีกทีกับภาคปัจจุบัน ‘MIB III’ ปี 2012 พูดได้ว่าหายไป 10 ปีเต็มๆเลยเชียว

‘หน่วยจารชน ปกป้องจักรวาล 3’ กับผลงานของผู้กำกับฯ Barry Sonnenfeld (คนที่ควบคุมฯ MIB ทั้งยังสามภาค) ที่พาพี่วิล กับคุณลุงทอมมี่ กลับมาเป็นหน่วยสายจับเอเลี่ยนในหน้าจอยักษ์อีกที แต่โอกาสนี้อาจมีความคิดเห็นว่าคุณลุงจะแก่เกินความจำเป็น ก็เลยหาพล็อตให้พี่วิลย้อนอดีตกลับไปคุณลุงทอมมี่ในวัยชายหนุ่มเสียเลย

Men in Black 3 ในภาคนี้ Agent K (Tommy Lee Jones) มีเรื่องมีราวให้ Agent J (Will Smith) คาใจ สุดท้ายการย้อนอดีตก็บางทีอาจเปลี่ยนเป็นวิถีทางที่จะแก้ไขปัญหานั้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำ เมื่อกลับไปในสมัยก่อนเขาก็ได้เจอกับ Agent J ยุคยังชายหนุ่มๆแล้วก็ช่วงที่ปี 1969 มันจะเก๋ก็ตรงเล่นกับฉากเก่าๆคนที่ใครๆก็รู้จักเก่าๆอะไรแบบงั้นล่ะ

แต่ว่าภาคนี้มีตัวร้ายที่จำเป็นต้องกล่าวถึง Boris The Animal (Jemaine Clement) เอเลี่ยนผู้ต้องขังที่หนีออกจากคุกมาตั้งใจชำระแค้น Agent K ซึ่งจะว่าไป ก็ไม่ค่อยได้แสดงความชั่วร้ายสมกับหน้าที่ของตนเองสักเท่าไหร่ จะว่าไป มันเป็นการเล่นกับพล็อตย้อนอดีตของหน่วยปราบมะนาวต่างดุ๊ดนี่แหละ ถึงแม้ว่าพล็อตโดยรวมจะน่าดึงดูด เพราะเหตุว่ากล่าวถึงในคีย์เวิร์ด “คำจริง-คำลวง” เริ่มมาได้อย่างเบิกบาน มีขำมีฮาเปิดตัว แต่ว่าเทียวไปเทียวมาตอนกึ่งกลางกลับชักชวนอยากนอนเสียแบบงั้น ความระทึกใจหายไป ไม่มีอะไรหวือหวา เสมือนเวลาผ่านไป 10 ปีแต่ว่ามุขต่างๆยังอยู่กับที่เหมือนเพียรพยายามจะเก็บกลิ่นแบบที่มันเคยเป็นเอาไว้อย่างงั้น แม้กระนั้นผู้ชมเขานั่งดูหนังมาร้อยเรื่องแล้วนะ ระหว่างนั้น

Men in Black: International (2019) เอ็มไอบี หน่วยจารชนสากลปกป้องโลก

จุดแข็งอีกอย่างเป็นหนังดำเนินเรื่องเร็ว แต่ละฉากที่ร้อยเรียงเข้ามาจะทำให้เรื่องราวเดินหน้าถัดไป (บางฉากมากมายทบางฉากน้อย แม้กระนั้นทุกฉากมันจะมีอะไรบ้างในตัวของมันเองเสมอ) อย่างงั้นทำให้มันกระชับครับผม ขนาดว่าภาค 2 แม้ว่าจะหลุดฟอร์มไปบ้างก็ตาม แม้กระนั้นเพราะว่าหนังดำเนินเรื่องสม่ำเสมออย่างงี้ล่ะถึงทำให้ความเพลิดเพลินยังอยู่ ยังมองเอาสนุกสนานได้บ้าง

ภายหลังเจอะเจอพวกเขาทั้งคู่ใน ‘Thor: Ragnarok’ แล้วก็อภิมหาภาพยนตร์ซูเปอร์วีรบุรุษ ‘Avengers: Endgame’ กันไปหมาดๆพวกเขา Tessa Thompson และก็ Chris Hemsworth ก็กลับมาพบกันอีกรอบ ในฐานะ เอเจนต์เอ็ม รวมทั้งเอเจนต์เอช ผสานมือกันปราบเอเลี่ยนคนร้ายในสังกัดหน่วยจารชนรักษาโลก ‘Men In Black’ ที่ตอนนี้ตามไล่ล่าไปยังนานาประการที่บนโลก

ในคราวนี้ พวกมีนายจ้างใหญ่เป็น ไฮครั้ง (Liam Neeson จากหนังเยอะแยะหลายเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘A Monster Calls’, ‘Taken 3’ และก็ ‘Non-Stop’ ) ผู้ซึ่งสั่งให้ทั้งสองไปจัดแจงปัญหาที่ลอนดอน

เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟแอ็คชั่นคอเมอดี้ภาคที่ 4 ของหนังแฟรนไชส์สายชุดสีดำ MIB ที่สร้างจากการ์ตูนคอมมิคโด่งดัง โดยภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้กำกับเป็น เอฟ. เอ็งรี เกรย์ ผู้กำกับผิวสีผู้ครอบครองผลงาน The Italian Job ส่วนกลุ่มดาราหนังก็ได้ คริส เฮมสเวิร์ธ (Chris Hemsworth) จาก Avengers: Endgame และก็ เทสซา ทอมป์สัน (Tessa Thompson) จาก Thor: Ragnarok มารับบทนำเป็นคู่ซี้คู่ใหม่แทน วิล สมิธ กับ ทอมมี่ ลี โจนส์

นอกเหนือจากนั้นรายละเอียดของกรุ๊ปสายจับเอเลี่ยนในภาคนี้ ยังขยายจักรวาลของหน่วยงานชุดสีดำ ย้ายโลเคชั่นจากแรกเริ่มเน้นย้ำปฏิบัติหน้าที่ในเมืองนิวยอร์คแล้วก็ในประเทศประเทศสหรัฐอเมริกา มาที่สาขากรุงลอนดอน อังกฤษ รวมทั้งมีการเสี่ยงภัยไปในหลายประเทศอีกทั้งในทวีปยุโรปและก็แอฟริกา โดยเรื่องของคอสตูม ยูนิฟอร์มหลักของภาคนี้แปลงมาใช้ชุดสูทของแบรนด์อังกฤษแท้ๆอย่าง Paul Smith เหมือนกันกับยานพาหนะที่หันมาใช้รถยนต์จากัวร์วินเทจของอังกฤษ แม้กระนั้นผู้แสดงยังคงใช้นาฬิกาสำหรับใส่ข้อมือ Hamilton Ventura แบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกาอย่างเดิม

‘Men In Black: International’ ยังนึกถึงขณะเก่าๆที่พวกเราได้เจอรวมทั้งรู้จักกับหนังไซไฟสไตล์หรูแต่ว่าชวนขันเรื่องหนึ่ง มือปราบเอเลี่ยน สวมสูทชุดสีดำสวมแว่น พกปืนรูปร่างแปลกสีเงินๆและก็พกแท่งแปลกที่ส่องแสงลบความจำคนได้

เวลานี้ มันกลับมาแล้ว กับผู้กำกับฯ คนใหม่ ดาราหนังชุดใหม่ หน่วยงานที่ลับยอดเยี่ยมแม้กระนั้นก็ดูเหมือนจะมีคนล่วงรู้ รวมทั้งคนๆนั้นเป็นนางเอก … คุณเป็น มอลลี่ คนที่วันหนึ่งเปลี่ยนมาเป็น เอเจนต์เอ็ม